แนะปรับระบบดูแลเด็กป่วยเบาหวานชนิดที่ 1ด้วย“สิทธิบัตรทอง”

แนะปรับระบบดูแลเด็กป่วยเบาหวานชนิดที่ 1ด้วย“สิทธิบัตรทอง”

ชมรมเพื่อเด็กและวัยรุ่นเบาหวาน แนะปรับระบบดูแลเด็กป่วยเบาหวานชนิดที่ 1ที่ต้องฉีดอินซูลินอย่างต่ำ 4 เข็ม/วัน เผยค่ารักษาเฉลี่ย 3-4 พันบาท/เดือน “สิทธิบัตรทอง” ช่วยเข้าถึงการรักษาอย่างต่อเนื่อง

นางโสภา รัตนทัศนีย์ ที่ปรึกษาชมรมเพื่อเด็กและวัยรุ่นเบาหวาน และคุณแม่ดูแลลูกมีภาวะเบาหวานชนิดที่ 1 มา 27 ปี กล่าวว่า โรคเบาหวานชนิดที่1 เป็นโรคที่พบในเด็ก ส่วนใหญ่พบช่วงอายุ 9-11 ปี แต่ระยะหลังเริ่มพบในกลุ่มเด็กเล็กมากขึ้น ทั่วประเทศคาดว่ามีประมาณ 10,000 ราย

การดูแลผู้ป่วยเบาหวานเด็กชนิดที่ 1 มีความยุ่งยากกว่าเบาหวานในผู้ใหญ่อย่างมาก เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดจะแกว่งอย่างรวดเร็ว จากระดับน้ำตาลสูงลดลงต่ำอย่างฉับพลันได้ ทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อภาวะช็อกได้ จึงต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยเน้นการสร้างสมดุลระหว่างอาหารที่รับประทานและการฉีดอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด รวมทั้งการออกกำลังกายควบคู่อย่างสม่ำเสมอ โดยผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 จะขาดยาไม่ได้และต้องได้รับการฉีดอินซูลินไปตลอดชีวิต ส่วนความถี่ในการฉีดยาอินซูลินในแต่ละวันนั้น ขึ้นอยู่กับภาวะของผู้ป่วยเด็ก ซึ่งอย่างต่ำต้องรับยาฉีด 4 ครั้งต่อวัน บางรายฉีด 5 ครั้งต่อวัน หรืออาจมากกว่านั้นได้ เพื่อให้มีอินซูลินไปเลี้ยงร่างกายอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เป็นการฉีดหลังรับประทานอาหาร มีบางคนฉีดถึง 10 ครั้งต่อวันก็มี

ซึ่งปัจจุบันสิทธิบัตรทอง ได้ครอบคลุมสิทธิประโยชน์การรักษาผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 แล้ว ช่วยให้เด็กที่ป่วยด้วยโรคนี้เข้าถึงการรักษาเพิ่มขึ้น หลายคนได้รับความช่วยเหลือ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการรักษาเฉลี่ยอยู่ที่ 3-4 พันบาท/เดือน แต่ยังมีปัญหาการเข้าไม่ถึงบริการอยู่ เนื่องจากโรคเบาหวานชนิดที่ 1 เป็นโรคที่ต้องรักษาและดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ส่วนใหญ่แพทย์เหล่านี้จะประจำในโรงพยาบาลใหญ่ เด็กที่มีสิทธิการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลจะใช้วิธีการส่งตัว ซึ่งผู้ปกครองต้องไปรับใบส่งตัวที่โรงพยาบาลก่อนทุกครั้ง และเมื่อรักษาระยะหนึ่งทางโรงพยาบาลจะงดการส่งตัวและดึงผู้ป่วยกลับมารักษาเอง โดยให้เหตุผลว่าโรงพยาบาลมีศักยภาพรักษาได้เพราะมีบริการรักษาโรคเบาหวานผู้ใหญ่อยู่แล้ว ปรากฏว่าเด็กจะได้รับการดูแลที่แตกต่างจากโรงพยาบาลใหญ่ จากยาที่เคยได้รับและถูกปรับขนาดอย่างเหมาะสมกับเด็กแล้ว ก็ต้องปรับเปลี่ยนใหม่เนื่องจากโรงพยาบาลไม่มียาดังกล่าว ส่งผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาล กระทบกับเด็ก

สำหรับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ในเด็ก แผ่นวัดระดับน้ำตาลที่ใช้บ่อย เป็นวัสดุทางการแพทย์ที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้กำหนดหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายแผ่นวัดระดับน้ำตาลให้กับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 แต่ด้วยราคาที่สูงเฉลี่ย 10 บาทต่อแผ่น ทำให้มีการจำกัดการเบิกจ่าย 4 ชิ้นต่อวัน ซึ่งมีผู้ป่วยบางรายต้องใช้มากกว่า 4 แผ่น เพราะน้ำตาลในเลือดแกว่งมาก จึงอยากให้มีการปรับหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายให้สอดคล้องกับสภาวะผู้ป่วย ทั้งบางครั้งยังติดการเบิกจ่ายที่โรงพยาบาล นอกจากนี้ยังอยากให้มีการกำหนดแนวทางการรักษาผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ในโรงพยาบาลทุกแห่งให้ปรับเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้เกิดการดูแลเด็กอย่างเหมาะสม

นางโสภา กล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะนี้รัฐบาลให้การสนับสนุนการรักษาโรคอื่นๆ อย่างเต็มที่ อยากให้เพิ่มเติมการดูแลโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ที่ผู้ป่วยยังเป็นเด็กอย่างเต็มที่เช่นเดียวกับโรคอื่น ซึ่งเด็กเหล่านี้เป็นอนาคตให้กับประเทศชาติได้ ให้เด็กๆ เข้าถึงการรักษาที่ดีและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น